Feature Catalog · สต๊อก/คลังสินค้า

ระบบสต๊อก/คลังสินค้า ต้องมีฟีเจอร์อะไรบ้าง

สต๊อกแม่น = ไม่ขายเกิน ไม่ของขาด ไม่จม. หน้านี้คือเช็กลิสต์ทุกฟังก์ชันที่ระบบสต๊อก/คลังสินค้าครบวงจรควรมี — ใช้เทียบว่าระบบที่คุณใช้อยู่ (หรือกำลังจะสร้าง) ขาดอะไร และยืนยันว่า ทั้งหมดนี้เราทำได้จริง

ดูระบบสต๊อก/คลังสินค้าจริงที่เราทำกดเปิดตัวอย่างใช้งานจริง

อ่านยังไง

แต่ละหมวดคือ 1 ความสามารถหลักที่ระบบสต๊อก/คลังสินค้าครบวงจรควรมี. ในแต่ละหมวดจะบอก ทำไมสำคัญหนึ่งบรรทัด ตามด้วย เช็กลิสต์ฟีเจอร์ละเอียด(เครื่องหมาย สีเขียว = สิ่งที่ระบบควรทำได้). กวาดให้ครบทั้ง 8 หมวด แล้วคุณจะเห็นภาพว่า "ระบบสต๊อกที่ครบจริง" หน้าตาเป็นยังไง

สต๊อกที่ยังไม่แม่น

  • ลูกค้าสั่งแล้วต้องโทรขอยกเลิก เพราะของจริงในคลังไม่มี
  • สั่งซื้อเข้ามาเพิ่ม ทั้งที่ของยังกองค้างอยู่หลังคลัง
  • ของหมดอายุต้องทิ้งทุกเดือน โดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
  • ปิดร้านนับสต๊อกทั้งวันปีละครั้ง เลขก็ยังไม่ตรง
  • เจ้าของเป็นคนเดียวที่จำได้ว่ามีของอะไรเหลือเท่าไร

สต๊อกที่แม่น

  • หน้าขาย/POS เห็นยอดจริง กันรับออเดอร์เกินตั้งแต่ต้น
  • ระบบเด้งเตือนเฉพาะตัวที่ถึงจุดสั่งซื้อ (reorder point)
  • ของใกล้หมดอายุถูกตัดออกก่อน (FEFO) อัตโนมัติ
  • นับทีละโซน ส่วนต่างโชว์ทันที ทุกการปรับมี audit
  • เปิดจอเดียวเห็นมูลค่าสต๊อกและตัวที่ขายไม่ออก
ทะเบียนสินค้ารับเข้า-เบิกออกยอดคงเหลือ real-timeแจ้งเตือนตรวจนับโอนย้ายคลังlot/serial/FIFOรายงาน
01ทะเบียนสินค้า (SKU)
ทำไมสำคัญ:ทะเบียนสินค้าคือฐานข้อมูลกลาง — ถ้าตั้งไม่ครบ ตั้งแต่รับเข้า เบิกออก จนถึงรายงาน จะเพี้ยนหมดทั้งระบบ
เกณฑ์ขั้นต่ำ:ทุกสินค้าต้องมีรหัส SKU ที่ไม่ซ้ำ และหน่วยนับชัดเจน ไม่งั้นยอดคงเหลือจะตีกันทันที
02รับเข้า-เบิกออก
ทำไมสำคัญ:ทุกการเคลื่อนไหวของของต้องถูกบันทึก ใครรับ ใครเบิก เมื่อไร เท่าไร — ไม่งั้นยอดในระบบไม่ตรงกับของจริงในคลัง
เกณฑ์ขั้นต่ำ:ทุกการรับ-เบิกต้องตอบได้ว่า "ใคร ทำอะไร กับ SKU ไหน จำนวนเท่าไร เมื่อไร และทำไม"
03ยอดคงเหลือ real-time
ทำไมสำคัญ:ต้องรู้ว่ามีของอยู่จริงเท่าไร ณ ตอนนี้ ทุก SKU ทุกคลัง — ยอดที่ช้าหรือผิดทำให้ขายเกินหรือสั่งซื้อพลาด
สัญญาณอันตราย:ถ้ายอดในระบบช้ากว่าของจริง = ขายเกินจนต้องยกเลิกออเดอร์ ลูกค้าเสียความเชื่อมั่น
04แจ้งเตือน
ทำไมสำคัญ:คนจำไม่ไหวว่าของไหนใกล้หมด ของไหนใกล้หมดอายุ — ระบบต้องเด้งเตือนก่อนของขาดหรือของเสียทิ้ง
หลักการ:reorder point ควรเผื่อเวลานำของ (lead time) ของซัพพลายเออร์ ไม่งั้นเตือนช้าจนของขาดอยู่ดี
05ตรวจนับ (Stock count)
ทำไมสำคัญ:ยอดในระบบกับของจริงในคลังมักเพี้ยนเมื่อเวลาผ่านไป — การตรวจนับคือด่านจับของหาย ของเกิน และปรับให้ตรง
กฎทอง:การปรับยอดสต๊อกต้องมี audit เสมอ ใครปรับ เมื่อไร เพราะอะไร — ป้องกันของหายแบบเงียบ
06โอนย้ายระหว่างคลัง/สาขา
ทำไมสำคัญ:ของย้ายระหว่างคลัง/สาขาบ่อย — ถ้าไม่บันทึกเป็นการโอน ยอดต้นทางจะไม่ลด ปลายทางจะไม่เพิ่ม กลายเป็นของหายปลอม
เกณฑ์ขั้นต่ำ:ของระหว่างทางต้องมีสถานะของตัวเอง ไม่งั้นช่วงที่ของยังไม่ถึง ยอดรวมจะดูเหมือนหายไป
07lot / serial / FIFO
ทำไมสำคัญ:สินค้ามีวันหมดอายุหรือต้องตามรอยเป็นรายชิ้น ต้องตัดของเก่าก่อน (FIFO) และรู้ว่าของล็อตไหนไปไหน — สำคัญมากกับอาหาร/เครื่องสำอาง/ยา
สำหรับธุรกิจอาหาร/ยา/เครื่องสำอาง:การตามรอยล็อตและตัด FEFO ไม่ใช่ของเสริม แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยและข้อกฎหมาย
08รายงาน
ทำไมสำคัญ:สต๊อกคือเงินที่นอนอยู่ในคลัง — ต้องรู้ว่ามูลค่าเท่าไร ตัวไหนหมุนเร็ว ตัวไหนจม เพื่อตัดสินใจสั่งซื้อและล้างสต๊อกได้ตรง
คำถามต้องตอบได้:"ตอนนี้มีของจมในคลังมูลค่าเท่าไร และตัวไหนควรล้างก่อน" — ถ้าตอบไม่ได้ คือยังขาดส่วนนี้
เอาเช็กลิสต์นี้ไปสั่ง AI สร้างเอง
ช่วยสร้างระบบสต๊อกสำหรับร้าน [ใส่ประเภทธุรกิจ] ขอให้มี:
- ทะเบียนสินค้า: ชื่อ, รหัส SKU (ห้ามซ้ำ), บาร์โค้ด, หน่วยนับ, หมวดหมู่, ต้นทุน, ราคาขาย
- รับเข้า-เบิกออก: ยิงบาร์โค้ดได้ บันทึกว่าใครทำ เมื่อไร จำนวนเท่าไร และเหตุผล
- ยอดคงเหลือ real-time แยกตามคลัง/สาขา และดูยอดรวมได้
- แจ้งเตือนเมื่อต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ (reorder point) ตั้งได้รายตัวต่อ SKU
- ตรวจนับ: เทียบนับจริง vs ยอดในระบบ เห็นส่วนต่าง ปรับยอดพร้อมเก็บ audit
- รายงานมูลค่าสต๊อกรวม และตัวที่ค้างนานไม่เคลื่อนไหว (dead stock)
เริ่มจากทะเบียนสินค้ากับยอดคงเหลือก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีละส่วน

ก๊อปไปวางใน Claude Code แล้วแก้วงเล็บให้ตรงธุรกิจคุณ. เริ่มแค่ 2 ส่วนแรกก่อน อย่าสั่งทำครบทุกหมวดในรอบเดียว — สต๊อกเริ่มแม่นได้จากแค่ "ทะเบียนสินค้า + ยอดคงเหลือ" ที่ตรง

ทำได้จริง

ทั้งหมดนี้เราสร้างให้ได้จริง

ทั้ง 8 หมวดข้างบน — ตั้งแต่ทะเบียนสินค้า SKU รับเข้า-เบิกออกด้วยการยิงบาร์โค้ด ยอดคงเหลือ real-time แจ้งเตือนของใกล้หมด ตรวจนับ โอนย้ายคลัง ตามรอย lot/serial/FIFO ไปจนถึงรายงานมูลค่าสต๊อกและ dead stock — คือสิ่งที่ระบบของเราทำได้ครบ และปรับให้เข้ากับธุรกิจคุณได้. ทักมาคุยว่าคุณอยากได้ส่วนไหนก่อน หรือเรียนสร้างเองกับเรา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) FAQ

Qระบบสต๊อกต้องมีอะไรบ้างถึงเรียกว่าครบ

ขั้นต่ำควรครบทั้งวงจร — ทะเบียนสินค้า (SKU/บาร์โค้ด), รับเข้า-เบิกออก, ยอดคงเหลือ real-time, แจ้งเตือนของใกล้หมด/หมดอายุ, ตรวจนับและปรับยอด, โอนย้ายระหว่างคลัง, ตามรอย lot/serial/FIFO และรายงานมูลค่าสต๊อก. ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง ยอดในระบบกับของจริงจะเริ่มเพี้ยน — เช่น ยอดคงเหลือไม่ทันจนขายเกิน หรือไม่มีแจ้งเตือนจนของขาดมือ

Qreorder point (จุดสั่งซื้อ) คืออะไร ตั้งยังไง

reorder point คือ ยอดคงเหลือที่ต่ำลงถึงจุดที่ต้องสั่งซื้อเพิ่มก่อนของจะหมด. ตั้งโดยดูจากยอดใช้ต่อวันคูณกับเวลานำของ (lead time) ของซัพพลายเออร์ บวกสต๊อกเผื่อ (safety stock) กันของขาดช่วงรอของมาส่ง. ระบบที่ดีจะให้ตั้ง reorder point รายตัวต่อ SKU แล้วเด้งเตือนพร้อมรวมเป็นรายการที่ต้องสั่งซื้อให้เลย

QFIFO กับ FEFO ต่างกันยังไง ระบบควรตัดแบบไหน

FIFO คือตัด ของเก่าก่อน (เข้าก่อนออกก่อน) ส่วน FEFO คือตัด ของใกล้หมดอายุก่อน. สินค้าทั่วไปใช้ FIFO ก็พอ แต่สินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ยา ควรใช้ FEFO เพื่อกันของเสียทิ้ง. ระบบที่ดีควรเก็บวันหมดอายุรายล็อตและเลือกตัดให้อัตโนมัติตามชนิดสินค้า พร้อมบล็อกไม่ให้ขายของที่เลยวันหมดอายุ

Qทำไมต้องตรวจนับสต๊อก ในเมื่อระบบบันทึกทุกการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว

เพราะของจริงในคลัง ไม่ได้ขยับตามระบบเสมอ — ของแตกหัก หาย หยิบลืมบันทึก หรือคีย์ผิด ล้วนทำให้ยอดในระบบเพี้ยนจากของจริง. การตรวจนับคือเอาของจริงมาเทียบยอดในระบบ เห็นส่วนต่าง แล้วปรับให้ตรง โดยทุกการปรับต้องมี audit ว่าใครปรับ เมื่อไร เพราะอะไร เพื่อกันของหายแบบเงียบและทำให้มูลค่าสต๊อกในงบเชื่อถือได้

กลับห้องสมุด
พี่ปุ้ย ปริวรรตน์ อรุโณทยานันท์ ผู้คิดและเขียนเว็บ Skills Lab
คิด เขียน และเป็นเจ้าของไอเดียเว็บนี้โดย พี่ปุ้ย ปริวรรตน์ อรุโณทยานันท์
ผู้เชี่ยวชาญวางระบบองค์กร & AI — สอนเจ้าของกิจการสร้างระบบของตัวเองมากกว่า 400 คน
ประวัติพี่ปุ้ย  ·  ดูคอร์ส →